คำชี้แจงประกอบนโยบายการสุขศึกษาแห่งชาติ
นโยบายข้อ 1
ให้มีการพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขศึกษาและพฤติกรรมสุขภาพที่จำเป็นและมีประสิทธิภาพต่อการแก้ปัญหาสาธารณสุขในทุกระดับ
แนวคิดหลักการ
ปัจจุบันปัจจัยที่มีผลต่อปัญหาสุขภาพของประชากรของประเทศ ส่วนใหญ่มีผลมาจากสิ่งแวดล้อมแทบทั้งสิ้น ดังนั้น การแก้ไขปัญหาสาธารณสุขในปัจจุบันจำเป็นจะต้องเร่งรัดการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพของเยาวชน วัยทำงาน และผู้สูงอายุให้เหมาะสม อนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ได้ผลนั้น จำเป็นต้องพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพ รวมทั้งในความรู้ในรูปแบบของสหวิชาการและความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ โดยจำเป็นต้องวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ที่จำเป็นและเหมาะสมสำหรับประเทศไทยในการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกระดับมีการพัฒนาและเพิ่มพูนความรู้ด้านสุขศึกษาและพฤติกรรมสุขภาพที่จำเป็น และมีประสิทธิภาพต่อการแก้ปัญหาสาธารณสุขในทุกระดับ
ยุทธศาสตร์คำชี้แจงประกอบนโยบายการสุขศึกษาแห่งชาติ
นโยบายข้อ 1
ให้มีการพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขศึกษาและพฤติกรรมสุขภาพที่จำเป็นและมีประสิทธิภาพต่อการแก้ปัญหาสาธารณสุขในทุกระดับ
แนวคิดหลักการ
ปัจจุบันปัจจัยที่มีผลต่อปัญหาสุขภาพของประชากรของประเทศ ส่วนใหญ่มีผลมาจากสิ่งแวดล้อมแทบทั้งสิ้น ดังนั้น การแก้ไขปัญหาสาธารณสุขในปัจจุบันจำเป็นจะต้องเร่งรัดการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพของเยาวชน วัยทำงาน และผู้สูงอายุให้เหมาะสม อนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ได้ผลนั้น จำเป็นต้องพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพ รวมทั้งในความรู้ในรูปแบบของสหวิชาการและความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ โดยจำเป็นต้องวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ที่จำเป็นและเหมาะสมสำหรับประเทศไทยในการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกระดับมีการพัฒนาและเพิ่มพูนความรู้ด้านสุขศึกษาและพฤติกรรมสุขภาพที่จำเป็น และมีประสิทธิภาพต่อการแก้ปัญหาสาธารณสุขในทุกระดับ
ยุทธศาสตร์
พัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารด้านสุขศึกษาและพฤติกรรมสุขภาพให้ทันสมัยต่อสภาวะการณ์ในปัจจุบัน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ร่วมดำเนินการ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯลฯ ร่วมดำเนินการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านสุขศึกษาและพฤติกรรมสุขภาพ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการวิจัยด้านสุขศึกษาและพฤติกรรมสุขภาพที่มีผลต่อพฤติกรรมของเยาวชน วัยทำงาน และผู้สูงอายุ ในหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และจัดหาทุนจากองค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนการวิจัยนั้น ๆ
ส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างสาขาที่เกี่ยวข้องกับงานสุขศึกษาและพฤติกรรมสุขภาพ ในหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน
นโยบายข้อ 2
ให้มีการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ การสาธารณสุข และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ในด้านสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์
แนวคิดหลักการ
ปัจจัยที่มีผลต่อปัญหาสุขภาพของประชาชนในปัจจุบัน ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเป็นอย่างมาก ในอดีตปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการขาดความรู้ ความเข้าใจ และความเชื่อที่ผิดจากวัฒนธรรมดั้งเดิม การขาดแคลนบริการด้านสุขภาพ เป็นต้น แต่ในปัจจุบันนั้นพบว่า ปัญหาสุขภาพมีผลมาจากพฤติกรรมของประชาชนที่ไม่ถูกต้อง ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาจากพฤติกรรมเสี่ยงจากการทำงานภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และการบริการมากขั้นตามลำดับ ดังนั้นในการแก้ปัญหาจึงจำเป็นที่จะต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้หลายสาขา (สหวิชาการ) และหลายหน่วยงาน (สหสาขา) เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงาน อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงานและสวัดิการสังคม กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ทบวงมหาวิทยาลัย กระทรวงพาณิชย์ และสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งบุคลากรที่เกี่ยวข้องจะต้องมีข้อมูลข่าวสารด้านพฤติกรรมสุขภาพที่ทันสมัย มีการประสานกันระหว่างหน่วยงานที่ดี การผลิตบุคลากรที่เหมาะสม การประสานข้อมูลข่าวสาร และการใช้เทคโนโลยีด้านสุขศึกษาและพฤติกรรมสุขศาสตร์ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เพื่อให้บุคลากรมีแนวคิดในการดำเนินงานพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนเป็นไปในทิศทางเดียวกันและร่วมกันในการแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนได้อย่างสัมฤทธิผล
ยุทธศาสตร์
สนับสนุนให้การศึกษาด้านพฤติกรรมศาสตร์ ผสมผสานไว้ในหลักสูตรวิชาชีพต่าง ๆ เช่น สาขาการแพทย์และสาธารณสุข สาขาการพัฒนาชุมชนและสังคม สาขาการศึกษา สาขาเกษตรกรรมและพาณิชยกรรม ฯลฯ
ให้มีการพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพด้านสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของประเทศอยู่เสมอ เพื่อใช้ประโยชน์จากบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ให้มีการเผยแพร่และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และเทคโนโลยีด้านสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ระหว่างหน่วยงาน และจัดให้มีการศึกษา อบรม องค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม กระทรวงพาณิชย์ และสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นต้น
นโยบายข้อ 3
ให้มีการพัฒนาสื่อสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์ที่ได้มาตรฐานทางวิชาการ
แนวคิดหลักการ
สื่อทุกประเภทมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ สื่อมวลชนและสื่ออื่น ๆ มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและพฤติกรรมของบุคคล รวมทั้งอิทธิพลอย่างกว้างขวาง ทั้งในชุมชนเขตเมืองและเขตชนบท พฤติกรรมของประชาชนมีสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ ทั้งในระดับบุคคล และชุมชน ดังนั้น การดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว จำเป็นต้องดำเนินการปลูกฝังสร้างเสริมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ทั้งในระดับตนเองและครอบครัวจากพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ไปสู่พฤติกรรมที่พึงประสงค์ วิธีการหนึ่งที่จะช่วยในการดำเนินการแก้ไขปัญหาสุขภาพเหล่านี้ คือ การเผยแพร่ความรู้ ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อต่าง ๆ โดยเน้นการให้บริหารข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพแก่ประชาชนที่ถูกต้อง เป็นไปอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว ซึ่งนับว่าเป็นกลวิธีการสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์เชิงรุกวิธีการหนึ่ง
การผลิตสื่อสุขศึกษายังขาดการประสานงานกันระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะเป้าหมายของสื่อไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้กลุ่มเป้าหมายหรือประชาชนสับสนอีกทั้งในการผลิตสื่อดังกล่าว ยังขาดการพัฒนาที่เป็นกระบวนการด้านวิชาการที่ครบวงจรจากผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ สื่อบางสื่ออาจจะนำเสนอข้อมูลด้านหนึ่ง แต่อาจมีผลกระทบด้านลบกับอีกปัญหาหนึ่งได้ หากมีการพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสม และการควบคุมกำกับดูแลที่ได้มาตรฐานทางวิชาการ ทั้งภาครัฐและเอกชน จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยให้การดำเนินงานสุขศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ยุทธศาสตร์
จัดตั้งศูนย์สื่อสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์ และสร้างระบบเครือข่ายเพื่อการสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมถึงการจัดหาเครื่องมือโสตทัศนูปกรณ์เพื่อการผลิตและเผยแพร่
ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาและผลิตสื่อสุขศึกษาที่มีคุณภาพ และถูกต้องตามหลักวิชาการ ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย และเหมาะสมมาใช้ รวมทั้งใช้สื่อท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ให้มีการตรวจสอบความถูกต้อง ตามหลักวิชาการในการผลิตสื่อ เพื่อการสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์
เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร โดยผสมผสานการใช้สื่อและช่องทางที่เหมาะสม สอดคล้องกับเทคโนโลยีการสื่อสารและวิถีชีวิตของกลุ่มเป้าหมาย ทั้งสื่ออิเล็คทรอนิคส์ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรคมนาคม สื่อท้องถิ่น และศิลปินท้องถิ่น
นโยบายข้อ 4
ให้มีการดำเนินงานสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง
แนวคิดหลักการ
ปัจจุบันปัญหาสาธารณสุขส่วนใหญ่มีผลมาจากปัจจัยด้านพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของบุคคล ดังนั้น การดำเนินงานสุขศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาสาธารณสุขของประเทศ ต้องเน้นการพัฒนาประชาชนให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนให้เหมาะสมทั้งระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าว จะต้องมีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพที่สำคัญซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสาธารณสุขของประเทศให้เหมาะสม มีการเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ รวมทั้งการพัฒนาปัจจัยแวดล้อม ทั้งในโรงเรียนชุมชนเมืองและชนบท และสถานประกอบการให้เหมาะสม และเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ ครอบคลุมทั้งพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษา และฟื้นฟูสภาพ ตลอดจนสามารถช่วยเหลือตนเองและร่วมกันแก้ไขปัญหาสาธารณสุขของท้องถิ่นได้
ยุทธศาสตร์
ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการดำเนินงานสุขศึกษาและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งในระบบการศึกษา ระบบบริการสาธารณสุข การเกษตรและอุตสาหกรรม รวมทั้งประชาชนในเขตเมืองและชนบท โดยให้สอดคล้องกับปัญหาสาธารณสุขของประเทศ
ส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานสุขศึกษาและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ รวมทั้งสนับสนุนให้มีการดำเนินงานสุขศึกษาและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพที่เป็นระบบและครบวงจร
ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการสร้างและพัฒนาเกณฑ์การปฏิบัติขั้นพื้นฐานและเกณฑ์การประเมินผลในการดำเนินงานสุขศึกษาและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ รวมทั้ง การพัฒนารูปแบบและเครื่องมือในการเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพให้มีประสิทธิภาพ
ให้มีการประสานแผนงานและการใช้ทรัพยากร รวมทั้งการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีในการดำเนินงานสุขศึกษารหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน
สนับสนุนให้มีการควบคุมการโฆษณาทางสื่อมวลชนต่าง ๆ ที่มีผลต่อการปลูกฝังสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพไปในทางที่ผิด
ส่งเสริมและแสวงหาความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการนำภาษีจากการโฆษณาสินค้ามาใช้ในการดำเนินงานสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคผ่านสื่อมวลชน
นโยบายข้อ 5
ให้มีการสร้างเสริมและปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพ ในรูปของสุขบัญญัติแห่งชาติในทุกกลุ่มประชากรเป้าหมาย
แนวคิดหลักการ
ปัญหาสาธารณสุขในปัจจุบันส่วนใหญ่มีสาเหตุสำคัญมาจากการที่ประชาชนในประเทศมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาสาธารณสุขดังกล่าว จึงจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อให้ประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง สำหรับการแก้ไขปัญหาสาธารณสุข โดยมีการปลูกฝังและสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพให้เกิดขึ้นในกลุ่มประชาชนทั่วไปตั้งแต่เด็ก เพื่อให้เป็นพฤติกรรมสุขภาพขั้นพื้นฐาน สำหรับการพัฒนาต่อไปจนเป็นค่านิยมทางสุขภาพในที่สุด กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดกลวิธีในการปลูกฝังและสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ขั้นพื้นฐานในรูปของสุขบัญญัติสำหรับให้เด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไป ได้นำไปปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอเกิดการเรียนรู้และมีพฤติกรรมสุขภาพที่ยั่งยืนแล้วจะช่วยให้มีสุขภาพดี ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจและสังคม ข้อกำหนดนี้เดิมเรียกว่า “กติกาอนามัย” ต่อมาได้นำคำว่า “สุขบัญญัติ” มาใช้แทนเมื่อ พ.ศ. 2503 แต่เนื่องจากสภาพสังคมสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ปัญหาสาธารณสุขเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ทำการปรับปรุงสุขบัญญัติขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2535 เพื่อปรับปรุงเนื้อหาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยครอบคลุมพฤติกรรมที่พึงประสงค์ 6 ด้าน คือ ด้านอนามัยส่วนบุคคล ด้านอาหารและโภชนาการ ด้านการออกกำลังกาย ด้านสุขภาพจิต ด้านการป้องกันอุบัติเหตุ และด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ซึ่งอยู่ในรูปแบบของสุขบัญญัติแห่งชาติ 10 ประการ ดังนี้
การดูแลรักษาร่างกายและของใช้ให้สะอาด
รักษาฟันให้แข็งแรง และแปรงฟันทุกวันอย่างถูกต้อง
ล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหารและหลังขับถ่าย
กินอาหารสุก สะอาด ปราศจากสารอันตราย และหลีกเหลี่ยงอาหารรสจัด สีฉูดฉาด
งดบุหรี่ สุรา สารเสพติด การพนัน และการสำส่อนทางเพศ
สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่น
ป้องกันอุบัติภัยด้วยการไม่ประมาท
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพประจำปี
ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ
มีสำนึกต่อส่วนรวม ร่วมสร้างสรรค์สังคม
จากแนวคิดหลักการดังกล่าว จึงเห็นว่าควรปลูกฝังสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามแนวสุขบัญญัติแห่งชาติ ให้ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายได้มีการเรียนรู้ เป็นการสร้างเสริมความเข้าใจ เจตคติ ค่านิยม และทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติทางสุขภาพให้เหมาะสมตามวัยควบคู่ไปกับการจัดปัจจัยแวดล้อมที่เอื้ออำนวยตาการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ ทั้งการสร้างปัจจัยเอื้ออำนวยทางบวกและทางลบ ตลอดจนปัจจัยแวดล้อมทางสังคมที่เอื้ออำนวยและสนับสนุนจูงใจในการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ ทั้งในโรงเรียน ชุมชน และสังคม ที่เกื้อกูลต่อการพัฒนาพฤติกรรมอันจะส่งผลให้ประชาชนมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข
ยุทธศาสตร์
นำสุขบัญญัติแห่งชาติกำหนดเป็นนโยบาย และเป้าหมายของแผนงานระดับกระทรวงให้สอดคล้องกัน ในทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย
ส่งเสริม สนับสนุนให้มีคณะกรรมการสุขบัญญัติแห่งชาติระดับกระทรวง/ระดับกรม ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฯลฯ
ประสานความร่วมมือระหว่างองค์กรภาครัฐ องค์กรเอกชน และองค์กรประชาชน เพื่อสนับสนุนการสร้างเสริมและปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์
ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน ทั้งในระดับบุคคลและครอบครัวให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม ตามข้อกำหนดในสุขบัญญัติแห่งชาติ โดยผ่าน
กระบวนการสุขศึกษาในสถานศึกษา
กระบวนการสุขศึกษาในชุมชน
กระบวนการสุขศึกษาในสถานบริการสาธารณสุข
กระบวนการสุขศึกษาในสถานประกอบการ
ส่งเสริมให้มีการกำหนดเนื้อหาสุขบัญญัติแห่งชาติไว้ในหลักสูตร และจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ทั้งในชั้นเรียนและนอกชั้นเรียน ในสถานศึกษาทุกระดับ
เผยแพร่ข้อมูลข้อมูลข่าวสารความรู้โดยผสมผสานการใช้สื่อ และช่องทางที่เหมาะสม สอดคล้องกับเทคโนโลยีการสื่อสารและวิถีชีวิตของกลุ่มเป้าหมาย ทั้งในสื่ออิเลคทรอนิกส์ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรคมนาคม สื่อท้องถิ่น และศิลปินพื้นบ้าน
นโยบายข้อ 6
ให้มีการระดมทรัพยากร เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์ในการแก้ปัญหาสาธารณสุข ทั้งภาครัฐและเอกชนในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
แนวคิดหลักการ
เนื่องจากปัญหาทางด้านสุขภาพในปัจจุบัน มีผลสืบเนื่องจากสหปัจจัย ในการดำเนินงานสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์ เพื่อแก้ปัญหาสาธารณสุข จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างสาขา ทั้งภาครัฐและเอกชน จึงจะช่วยให้สามารถดำเนินการแก้ปัญหาพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมได้ ดังนั้น การจัดให้มีการระดมทรัพยากร จากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย ทบวงมหาวิทยาลัย เป็นต้น ทั้งทางด้านวิชาการ งบประมาณ บุคลากร การผลิตและการใช้สื่อสุขศึกษาต่าง ๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดในการแก้ปัญหาพฤติกรรมสุขภาพอย่างแท้จริง
ยุทธศาสตร์หลัก
ให้มีการประสานแผนการสรรหาทรัพยากรของรัฐ ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย ทบวงหมาวิทยาลัย เป็นต้น ในการจัดตั้งคำของบประมาณรายปี และแผนปฏิบัติประจำปี สำหรับการดำเนินงานสุขศึกษาและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
สนับสนุนการปฏิบัติงานสุขศึกษาและพัฒนาปัจจัยแวดล้อม เพื่อพฤติกรรมสุขภาพระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางด้านวิชาการ งบประมาณ บุคลากร รวมทั้งการติดตามประเมินผล และพัฒนาการใช้ทรัพยากรหน่วยงานต่าง ๆ ทุกระดับ
สนับสนุนให้ภาคเอกชนและองค์กรในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการดำเนินงานสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์ และร่วมดูแลปัจจัยแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ รวมทั้งการร่วมเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์
ส่งเสริมให้ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมสร้างกระแสและปลูกจิตสำนึก ค่านิยมที่ถูกต้อง ทางด้านสุขภาพแก่สังคม
นโยบายข้อ 7
ให้มีการพัฒนาองค์กรและการประสานงานสุขศึกษา และประชาสัมพันธ์อย่างเป็นระบบ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
แนวคิดหลักการ
ในการดำเนินงานเพื่อปลูกฝัง สร้างเสริม หรือพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ให้ครอบคลุมและทั่วถึงนั้น จำเป็นต้องมีองค์กรหรือพัฒนาองค์กรที่มีอยู่ เพื่อการประสานการดำเนินงานระดับกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุขในส่วนกลาง ตลอดจนการพัฒนาองค์กรเพื่อการประสานการดำเนินงานทั้งในและนอกหน่วยงานสาธารณสุขในส่วนภูมิภาค ระดับเขต จังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน อย่างเหมาะสม เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติการ
ยุทธศาสตร์
ส่งเสริมให้มีโครงสร้างองค์กรหรือพัฒนาองค์กร และการประสานการดำเนินงานสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์ในหน่วยงานภาครัฐ ทุกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้งภาคเอกชน
พัฒนาศักยภาพระบบการประสานงานและพัฒนาเครือข่ายองค์กรที่รับผิดชอบการดำเนินงานสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์ ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
มีการพัฒนาองค์กรการประสานงานกลางด้านสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์ของประเทศ เพื่อประสานนโยบาย การดำเนินงาน และการสนับสนุน รวมทั้งการติดตามประเมินผลงานสุขศึกษา และประชาสัมพันธ์ของประเทศในภาพรวม
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น